บทความและคู่มือ
Google ชู AI พยากรณ์ภัยพิบัติ ตั้งแต่สภาพอากาศถึงวิกฤตระดับพื้นที่
ข่าวย้อนหลังจากประกาศวันที่ 15 กันยายน 2026 — Google นำเสนอความคืบหน้าการใช้ AI เพื่อวิทยาศาสตร์และประโยชน์สาธารณะ โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือการพยากรณ์อากาศ ภัยธรรมชาติ และความเสี่ยงที่
เผยแพร่ 9 ตุลาคม 2569

ข่าวย้อนหลังจากประกาศวันที่ 15 กันยายน 2026 — Google นำเสนอความคืบหน้าการใช้ AI เพื่อวิทยาศาสตร์และประโยชน์สาธารณะ โดยหนึ่งในแกนสำคัญคือการพยากรณ์อากาศ ภัยธรรมชาติ และความเสี่ยงที่กระทบชุมชน ข่าวนี้สรุปเฉพาะด้านการรับมือภัยพิบัติจากบทความของ James Manyika ผู้บริหาร Google.[1]
จากพยากรณ์อากาศสู่การเตือนภัย
Google ระบุว่า WeatherNext 3 ผสานข้อมูลสังเกตการณ์ดาวเทียมแบบเรียลไทม์กับ AI เพื่อสร้างพยากรณ์ความละเอียดสูงเป็นรายชั่วโมง บริษัทมองว่าแนวทางนี้อาจช่วยพื้นที่ที่มีข้อมูลจำกัดและที่ผ่านมาเข้าไม่ถึงการพยากรณ์ละเอียดสูง.[1]
ในด้านน้ำท่วม บริษัทระบุว่า Flood Hub ครอบคลุมทั้งน้ำท่วมจากแม่น้ำและน้ำท่วมฉับพลัน โดยการพยากรณ์ครอบคลุมประชากร 2 พันล้านคนในพื้นที่เสี่ยงของกว่า 150 ประเทศ ตัวเลขนี้เป็นขอบเขตที่บริษัทรายงาน ไม่ใช่จำนวนผู้ที่ได้รับการเตือนจริงทั้งหมด.[1]
AI ประเมินวิกฤตหลายประเภท
อีกโครงการคือ Earth AI Planetary Prediction Engine ซึ่ง Google อธิบายว่าใช้คำสั่งภาษาธรรมดาช่วยคาดการณ์วิกฤต เช่น การระบาดของโรค ความขาดแคลนอาหาร และความเสี่ยงด้านภูมิอากาศ บริษัทกล่าวถึงการใช้งานในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ไนจีเรีย และสหรัฐอเมริกา.[1]
ข้อจำกัดที่ต้องอ่านควบคู่
ประกาศนี้เป็นการสรุปงานและผลที่ Google รายงานเอง ไม่ใช่การตรวจสอบผลโดยกองบรรณาธิการ และไม่ได้ให้รายการสิทธิ์เข้าถึงหรือพื้นที่บริการครบถ้วนของทุกเครื่องมือ จึงยังใช้ยืนยันไม่ได้ว่าผู้ใช้ในไทยสามารถเรียกใช้ระบบทั้งหมดได้ทันที.[1]
มุมมองกองบรรณาธิการ: ประเด็นที่ควรติดตามไม่ใช่เพียงความสามารถของโมเดล แต่รวมถึงวิธีส่งข้อมูลให้หน่วยงานท้องถิ่นนำไปตัดสินใจ ในสถานการณ์ฉุกเฉินควรยึดคำเตือนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ใช้บทความนี้แทนข้อมูลเตือนภัยปัจจุบัน.
Sources: แหล่งข้อมูลทางการ
[1] https://blog.google/innovation-and-ai/technology/ai/ai-applications-science-people